ไขข้อข้องใจ โพรไบโอติก VS ไฟเบอร์ เลือกแบบไหนดี

Last updated: 12 ม.ค. 2567  |  416 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไขข้อข้องใจ โพรไบโอติก VS ไฟเบอร์ เลือกแบบไหนดี

ไขข้อข้องใจ โพรไบโอติก VS ไฟเบอร์ เลือกแบบไหนดี


ข้อแตกต่างระหว่างโปรไบโอติกและไฟเบอร์

ทั้งโพรไบโอติก และ ไฟเบอร์ 2 ชนิดนี้ มีข้อดีที่แตกต่างกัน 

  สำหรับไฟเบอร์

ข้อดีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้เป็นปกติ จึงทำให้ลำไส้สามารถขับของเสียออกมาตามธรรมชาติ ส่งผลให้ปัญหาท้องผูกลดลงเพราไฟเบอร์ที่รับประทานกันโดยทั่วไปเป็นประเภทไม่ละลายน้ำที่ร่างกายย่อยไม่ได้ ไฟเบอร์กลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มน้ำหนักอุจจาระ ทำให้อุจจาระนิ่ม จึงถ่ายได้ง่าย 

ข้อเสีย แต่การรับประทานไฟเบอร์อย่างเดียวมากเกินไปและดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจทำให้ท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องผูกมากกว่าเดิมได้ และไฟเบอร์อาจมีส่วนผสมของยาระบายซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ เมื่อรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง ขับถ่ายยาก และต้องเพิ่มขนาดยาไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ขับถ่ายได้ หรือที่เรียกว่า “ลำไส้ขี้เกียจ” (Lazy bowel)

  สำหรับโพรไบโอติก

ข้อดี จุลินทรีย์ชนิดนี้ทนทานต่อกรดและด่าง และนับเป็นจุลินทรีย์ประเภทที่มีประโยชน์ ทำหน้าที่คล้ายกับเกราะที่ยึดเกาะอยู่กับเยื่อบุลำไส้ คอยสร้างสารออกมาช่วยกำจัดจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ได้ หากมีในปริมาณที่เพียงพอจะมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร สังเคราะห์วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังช่วยปรับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุลได้อีกด้วย

ข้อเสีย เนื่องจากโพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อโดนอากาศ เเสงเเดด ความร้อน น้ำลาย เเม้กระทั่งกรดในกระเพาะอาหาร ก็อาจทำให้เสียประสิทธิภาพได้ รวมถึงการทานอาจจะใช้เวลาในการทานโพรไบโอติกนานขั้นต่ำ 1 เดือนขึ้นไป เเละควรทานอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดี การรับประทานโพรไบโอติกมากเกินไป อาจจะทำให้มีผลข้างเคียงกับระบบย่อยอาหาร เช่น ส่งผลให้มีแก๊สในกระเพาะ ท้องไส้ปั่นป่วน โดยปกติแล้วใน 1 วัน ร่างกายคนเราต้องการโพรไบโอติกมากถึง 10-20 พันล้าน CFU 

สรุปคือทั้งไฟเบอร์ และ โพรไบโอติก

ช่วยในเรื่องการขับถ่ายของเราได้อย่าง แต่ต่างกันตรงที่ไฟเบอร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่สามารถคัดเลือกและแยกแยะของเสียกับของดีในลำไส้ได้ ดังนั้นการทานโพรไบโอติก (จุลินทรีย์ชนิดดีที่มีชีวิต) จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้ระบบลำไส้ได้ดียิ่งกว่า อาจจะไม่เห็นผลทันทีในการกินครั้งเเรกเหมือนไฟเบอร์เเต่เป็นการดูเเลและเเก้ปัญหาลำไส้ในระยะยาว

รู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรเติมจุลินทรีย์ดีให้กับร่างกายได้ง่ายๆกับ BioSyn ที่มีโพรไบโอติกมากถึง 20 พันล้าน CFU แค่ทานวันละ 1 แคปซูล ก็เทียบเท่าการทานโยเกิร์ต 23 ถ้วย อีกทั้งในโยเกิร์ตอาจมีส่วนผสมของน้ำตาล แต่ BioSyn ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และไม่มีรสชาติ ทานง่าย ทนต่อความร้อนและกรดในกระเพาะได้ดี เนื่องจาก BioSyn เป็น Synbiotic ปรับสมดุลลำไส้ ผลิตภายใต้นวัตกรรม SYNTEK™ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในทางการเเพทย์ เเละเป็นสาขานวัตกรรมการผลิตโพรไบโอติก 1 ใน 4 ของโลกช่วยให้จุลินทรีย์เเข็งเเรง ทนทานมากยิ่งขึ้น เเละมั่นใจได้ว่าจุลินทรีย์ชนิดดีสามารถไปถึงลำไส้ของเราได้อย่างเเน่นอน รูปแบบเเคปซูลจึงตอบโจทย์ ใน BioSyn ครอบคลุมจุลินทรีย์ตัวดีมากถึง 15 สายพันธุ์ ร่วมกับพรีไบโอติก 1 ชนิด ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของโพรไบโอติก ดูแลทั้งระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ ยับยั้งเชื้อก่อโรค ช่วยดูดซึมวิตามินได้ดี และเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เพราะถ้าลำไส้ดีสุขภาพก็จะดีตาม


  รับคำแนะนำด้านสุขภาพ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญฟรี

Line : https://line.me/R/ti/p/@283kqubv
Inbox : m.me/BioSynThailand
Youtube : https://bit.ly/3Fyj83C


เรียบเรียง : BioSynThailand
ขอบคุณข้อมูลจาก :  https://shorturl.asia/UO1pZ
https://shorturl.asia/UXuta

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้